ฝึกปฎิบัติการ 1 : ฝึกเขียนและวิเคราะห์กราฟกลไกราคา

ฝึกเขียนและวิเคราะห์กราฟกลไกราคา : ราคาดุลยภาพ ภาวะสินค้าล้น,ขาดตลาดด้วยการเขียนกราฟ (price mechanism)

เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ หน่วยการเรียนรู้ 1 ระบบเศรษฐกิจกับการกำหนดราคาและค่าจ้าง

ขอบคุณสื่อประกอบจากครูทัศนวัฒน์ ซอแก้ว มา ณ โอกาสนี้จ้า

โจทย์คือ อยากให้นักเรียนเข้าใจความหมายเบื้องต้นของอุปสงค์ อุปทาน ภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับราคา ภาวะดุลยภาพ ถ้าเขาจะต้องขายของเขาควรจะกำหนดราคาเท่าไหร่ สินค้าจึงจะขายได้ และขายหมดด้วย โดยให้เขามองและทำความเข้าใจจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ โดยการวาดกราฟ

รายการเอกสาร

นักเรียนใช้โจทย์ตามที่ครูสุ่ม หรือ ตามที่นักเรียนสนใจ จากนั้นนักเรียนเขียนกราฟที่มีแกน P (ราคา) และแกน Q (ปริมาณ) จากนั้นใส่ข้อมูลราคาและปริมาณให้ถูกต้อง โดยเฉพาะแกนปริมาณ (Q) จะต้องเน้นย้ำให้ไล่เรียงปริมาณจากน้อย ไปมาก โดยดูจากทั้งช่องอุปสงค์และอุปทาน (ตามภาพ 10 ในช่องอุปทาน ต่อมา คือ 20 ในช่อง อุปสงค์ ไล่เรียงไปเรื่อย ๆ 30 45 50 65 82 90 100 150)

จากนั้นทำการ Plot กราฟแต่ละเส้นจากข้อมูลในตาราง โดยใช้ปากกาคนละสีเพื่อจะได้แยกเส้นอุปสงค์และอุปทานออก

ไฮไลท์ที่เรารอคอยมาแล้ววววว....ดูที่ตรงจุดตัดของเส้นอุปสงค์และอุปทาน ตรงนี้คือ จุดดุลยภาพ หรือราคาดุลยภาพ ราคาที่คนซื้อกับคนขายตกตลงราคากันได้ อยากรู้ว่าสินค้านี้ควรขายกี่บาท ปริมาณเท่าไหร่ ให้เราลากเส้นจากจุดตัดไปชน แกน P (ราคา) และ แกน Q (ปริมาณ)

ในตัวอย่างเส้นประที่ลากจากจุดตัดออกไป ราคาดุลยภาพ ประมาณ 16,000 บาท ปริมาณ 60 เครื่อง (P=16,000 , Q=60)

กราฟนี้บอกอะไรเราได้บ้าง?...พื้นที่สีเหลือง คือ พื้นที่ที่เกิดภาวะอุปสงค์ส่วนขาด/อุปทานส่วนเกิน (ของล้นตลาด) ส่วนสีฟ้า คือ พื้นที่เกิดภาวะอุปสงค์ส้่วนเกิน/อุปทานส่วนขาด (ของขาดตลาด) คำนี้แหละที่นักเรียน งง ตลอดเลย 5555+

เส้นสีชมพู เป็นเส้นที่เราลากขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ มองออกว่า อุปสงค์ขาด อุปทานเกิน อุปทานขาด อุปสงค์เกิน มองยังไง


  • ตัวอย่าง พื้นที่สีเหลือง ที่ราคา 25,000 บาท อุปสงค์(เขียว) ปริมาณ 20 ไปไม่ถึง เส้นชมพู แปลว่า อุปสงค์ขาด ขณะที่ อุปทาน(แดง) ปริมาณ 150 เกินเส้นสีชมพูไป ดังนั้น ที่ราคา 25,0000 บาท เกิดภาวะอุปสงค์ส่วนขาด/อุปทานส่วนเกิน (ของล้นตลาด) อุปทานจากคนขายออกมาขาย 150 เครื่อง แต่อุปสงค์มีกำลังซื้อในปริมาณ 5 เครื่อง ทำให้เหลืออีก 145 เครื่อง เพราะมองว่าสินค้าราคา แพง (เป็นไปตามกฎอุปสงค์และอุปทาน)

  • พื้นที่สีฟ้า ที่ราคา 5,000 บาท อุปสงค์(เขียว) ปริมาณ 100 เกินเส้นชมพู แปลว่า อุปสงค์เกิน ขณะที่ อุปทาน(แดง) ปริมาณ 10 ไปไม่ถึงสีชมพู ดังนั้น ที่ราคา 5,0000 บาท เกิดภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน/อุปทานส่วนขาด (ของขาดตลาด) อุปทานจากคนขายออกมาขาย 10 เครื่อง แต่อุปสงค์มีกำลังซื้อมากในปริมาณ 100 เครื่อง ทำให้เหลืออีก 90 เครื่อง เพราะคนซื้อมองว่าสินค้าราคา ถูก จึงต้องการมาก แต่คนขายมองว่า ราคาถูกเกินไปจึงนำออกมาขายน้อย (เป็นไปตามกฎอุปสงค์และอุปทาน)


จุดตัด เกิดภาวะ ดุลยภาพ คือ คนซื้อกับคนขายสามารถตกลงราคากันได้ที่ราคา 16,000 บาท ปริมาณซื้อขาย 60 เครื่อง สินค้าหมดพอดี (ตามทฤษฎี)